แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สูตรของหวาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สูตรของหวาน แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ไข่ตุ๋นเนื้อเทียน



   เมนูเบา ๆ กินตอนร้อน ๆ โดนใจคนทั้งบ้าน วัตถุดิบใช้ปรุงไข่ตุ๋นเนื้อนวลเนียน เนียนนิ่มนวล หน้าตาตามนี้คะ ไข่ตุ๋นเนื้อเนียนแอดมินลองทำมาแล้วหลากหลายสูตร ที่สุดแล้วมาลงตัวที่สูตรนี้ เด็ดขาดมาก ๆ คะ 

ไข่
ChawanMushi

ไข่ไก่เบอร์ 2 .. 5 ใบ
ฮอนดาชิ 550 ml.
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
สาเกมิริน 1 ช้อนโต๊ะ
โซหยุ 1 ช้อนชา [ใช้ซีอิ๊วขาว หรือใส่เกลืออย่างเดียวก็ได้]

ส่วนประกอบอื่น ๆ - เนื้อกุ้ง/ลูกแปะก๊วย/เห็ดหอม/ถั่วหวาน/ปูอัด ฯล
ฯ 


- จัดตั้งซึ้งใบย่อม ๆ บนเตาไฟ ใส่น้ำไปครึ่งหม้อ เปิดไฟให้แรงสุดรอไว้ 

- ต่อยไข่ใส่ชามแล้วคนเบา ๆ ไม่ต้องตีแรงให้ฟูฟ่องแบบไข่เจียวนะคะ

- ค่อย ๆ เติมน้ำซุปลงไป แล้วนำส่วนผสมทั้งหมดไปกรองด้วยกระชอน
เศษไข่ขาวที่เหลืออย่าใส่ลงไปโดยเด็ดขาด ตัดใจทิ้งไปเถอ

- กรองเสร็จแล้วอย่าคนแรง เดี๋ยวจะเกิดฟองอากาศเต็มไปหมดแล้วมันจะกำจัดยากน๊า
จำไม่ได้ว่าไปแอบดูสูตรของใคร เค้าบอกให้เร่งไฟในตอนแรก ๆ ประมาณ 5-7 นาที
ทำออกมาแล้วไข่เกิดฟองอากาศเต็ม อิอิ ไปเชื่อเขา ทำแบบเราทำมันก็ดีอยู่แล้วอ่ะน๊ะ
ไม่มีฟองอากาศเลย รอบหน้าขอกลับไปทำแบบเดิม ๆ ดีกว่า เร่งไฟให้น้ำเดือดสุด ๆ 

- วางถ้วยแล้วหรี่ไฟเบาสุด ๆ ไข่ตุ๋นที่ได้ออกมาหน้าตาดี เนียนแบบไม่มีฟองอากาศ 
วางลูกแปะก๊วยไว้ก้นถ้วยก่อน นึ่งประมาณเจ็ดนาทีแล้วค่อยวางเครื่องไปอีกรอบ

- นึ่งไปประมาณ 7 นาที ไข่เริ่มอยู่ตัวก็เริ่มวางหน้าต่าง ๆ ที่ชื่นชอบลงไปคะ

- ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 15 นาทีด้วยไฟเบาสุด ๆ เบาแบบจวนเจียนจะดับ

- ไข่ตุ๋นแบบนี้ใช้เวลาไม่นาน สุกง่ายมาก เนื้อไข่ไม่แข็งกระด้าง แหล่มคะ 

- ตามร้านส่วนใหญ่เค้าจะวางเนื้อไก่ไว้ก้นถ้วย แต่สมาชิกที่บ้านไม่ใคร่ปลื้มเนื้อไก่อ่ะคะ
รอบนี้ไฟแรงเกินจะมีฟองอากาศ ฉะนั้นควรหรี่ไฟให้เบาสุด ๆ แบบจวนเจียนจะดับแบบนั้น

- ทำตามแบบที่แอดมินเคยทำคือเปิดไฟให้แรงสุด ๆ พอวางถ้วยแล้วหรี่ไฟทันที
รับรองได้ไข่ตุ๋นที่ได้จะไม่มีฟองอากาศให้รำคาญตาอย่างแน่นอน ฟันธงคะ


StrawBerry Swirl


  ชีสเค้กหน้าตาหวานแหวว สีสันชมพูพิ้งกี้แบบนี้จัดเป็นหนึ่งในตระกูลชีสเค้กทั้งหลายทั้งปวง สีสันได้ใจมากมาย เค้กแบบนี้เหมาะที่จะมอบให้ทุก ๆ คนอันเป็นที่รักในวันสำคัญ ๆ 

นอกจากสีสันหวานแหววหน้าตาสะสวยงามแล้ว รสชาติของมันยังไม่เป็นสองรองใครด้วยน๊ะ

StrawBerry Swirl4



ส่วนผสมครีมชีส ... 

- ครีมชีส (ขนาด 250 กรัม) 2 ก้อน
- น้ำตาลไอซิ่ง 200 กรัม
- น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
- ผิวมะนาวหรือผิวส้มขูด 1 1/2 ช้อนชา
- ผงเจลาติน 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- สตอเบอรี่หั่นละเอียด 300 กรัม (มากน้อยแล้วแต่ความชอบ)
- วิปปิ้งครีม 8 ออนซ์



สตอเบอรี่สีแดงจัดจ้านตัวการสำคัญในการทำเค้กหน้าตาแบบนี้ให้ดูดี มีรสชาติ หลายสายพันธ์
ระยะนี้สตอเบอรี่ในเมืองไทยแอบแพงมากคะ 







ชีสเค้กสูตรนี้ใส่วิปปิ้งครีมผสมเข้าไปด้วย ขอเพิ่มโยเกิร์ตรสสตอเบอรี่ใส่เข้าไปด้วย
ใส่สตอเบอรี่โยเกิร์ตเข้าไปแล้วรู้สึกได้เลยว่าครีมชีสมีกลิ่นหอม รสชาติดีด้วย ขอบอก 
โดยเอาวิปปิ้งครีมผสมรวมไปกับโยเกิรต์ .. โอ๊ะโอ ขาว-ชมพู สีสันสวยงาม ได้ใจมากมาย



เตรียมพิมพ์ถอดข้างขนาด 9 นิ้ว ปูกระดาษไขโดยรอบรอไว้ก่อน






มาวางฐานรากเค้กกันก่อน .. 


บิสกิตบดละเอียด ผสมกับเนยละลาย แอดมินใช้เนยเค็มเพราะอยากได้สามรส เปรี้ยว-หวาน-เค็ม
เค็มของฐานราก เปรี้ยวของครีมชีสตรงกลาง และหวานปะแล่ม ๆ ของหน้ามูสสตอเบอรี่นั่นเอง








วางฐานรากเรียบร้อยลงมือสร้างอาคารกันต่อ ... 


- ในโถผสม ครีมชีสอ่อนตัว ใส่น้ำตาล [แอดมินใช้น้ำตาลไอซิ่งในการทำชีสเค้กทุกชนิดนะคะ]


- ตีครีมชีสและน้ำตาลนวลเนียนดีแล้ว ใส่เจลลาตินละลาย ใส่วิปปิ้งครีมที่ผสมโยเกิร์ต์ลงไป 
ขอใส่ผิวมะนาวขูดและน้ำมะนาวไปด้วย ผิวมะนาวหรือผิวส้มขูดทำให้ครีมชีสรสชาติเข้มข้น



- ได้ครีมชีสสีชมพูนวลเนียน มองเห็นผิวมะนาวขูดด้วย 


- ใส่สตอเบอรี่หั่นละเอียดลงไปแล้วเกลี่ยให้ทั่ว ให้กระจายทั่ว ๆ 
- วิธีการแบบเดียวกับการทำชีสเค้กมะม่วง เอาเนื้อสตอเบอรี่โรยใส่ไป
บนหน้าครีมชีสอีกรอบก่อนปิดทับด้วยหน้ามูสสตอเบอรี่ก็ได้นะคะ 



- คนและเกลี่ยจนหน้าเรียบแล้ว ห่อพิมพ์ด้วยฟิลม์ใส
แล้วนำไปแช่เย็นต่ออีกประมาณ 4 - 6 ชั่วโมง








มาถึงขั้นตอนการแต่งหน้าทาสีกันต่อ ... 


- ใส่หน้ามูสสตอเบอรี่ 

- น้ำตาลทราย 160 กรัม [ถ้าสตอเบอรี่มีรสหวาน ลดน้ำตาลลงได้]
- น้ำ 80 กรัม
- ผงเจลลาติน 4 ชช.
- สีแดงผสมอาหาร 1-2 หยด
- เนื้อสตอเบอรี่ 200-300 กรัม [มากน้อยตามชอบ]
- วิปปิ้งครีม 300 กรัม [แอดมินลดเหลือ 200 กรัม]



- เอาหม้อตั้งไฟ ใส่น้ำตาลทราย ใส่น้ำเปล่า เคี่ยวน้ำตาลให้ละลายเป็นน้ำเชื่อม
- ใส่เนื้อสตอเบอรี่ลงไป ใส่เจลลาตินละลาย เร่งไฟให้แรง ๆ เดือดแล้วปิดเตาทันที
แอดมินไม่ชอบกวนเนื้อสตอเบอรี่นานเกิน หากสุกเกินไปเนื้อจะเละ กลัวจะไม่หอม
- ตอนใส่วิปปิ้งครีมไปแล้วสีของมูสจืดจางเลยต้องเพิ่มสีผสมอาหารสีแดงแจ๊ดลงไป
- ใส่สีลงไปสักหยด-สองหยด จะได้สีหน้าที่คมเข้มขึ้น ... หน้าตาสะสวยได้อีก 


StrawBerry Swirl2


- ทิ้งให้เย็นตัวแล้วจับใส่เครื่องผสมปั่นให้ละเอียด เติมวิปปิ้งครีมลงไป แล้วเอามาราดบนครีมชีส
เสร็จแล้วแรพด้วยพลาสติกใส นำเข้าแช่เย็นต่ออีกประมาณ 3-4 ชั่วโมง หรือนานกว่านั้นก็ได้



- หน้ามูสเซทตัวแล้วแกะพิมพ์ออก ดึงกระดาษไขรอบ ๆ พิมพ์ออกด้วย 
[การปูกระดาษไขรอบ ๆ พิมพ์จะวางหรือไม่วางก็ได้ ตรงนี้ไม่จำเป็น]
ที่แอดมินปูลงไปเพราะเบื่อการล้างพิมพ์คะ ครีมชีสมักจะติดรอบ ๆ พิมพ์







- ถอดออกจากพิมพ์แล้วลอกกระดาษรอบ ๆ ออก เปลื้องผ้าผ่อนแล้วได้หน้าตาแบบนี้คะ
แต่งหน้าให้สะสวยด้วยสตอเบอรี่สดกันหน่อย สีสันชมพูได้ใจมากมาย ... แหล่มเลย



- เวลาตัดชีสเค้กควรเอามีดฟันเลื่อยไปจุ่มน้ำร้อนแล้วค่อยเอามาตัดจะได้ผิวเรียบ ๆ 
ขณะตัดต้องทำเวลาหน่อย เจออากาศร้อนอบอ้าวแบบบ้านเรา เค้กละลายเร็วมาก
จะให้ดีต้องเอาไปตัดในห้องแอร์ที่เปิดแอร์แบบเย็นฉ่ำ จะได้เค้กแบบเรียบกริบ



มาแอบดูเนื้อในของคุณเธอกันหน่อย อดใจไม่ไหว ขอตัดชิมหน่อยเถอะ ซี๊ดดดดด ... เย็นชื่นใจดีจัง .. 


ทำใส่ถ้วยแบบนี้ก็สะดวกดี กินง่ายไม่เลอะเทอะ ใส่ถ้วยแล้วจับเรียงซ้อน ๆ ในตู้เย็น ไม่ต้องระวังมากเหมือนทำใส่พิมพ์






- รอบนี้สตอเบอรี่สุกงอมไปหน่อย ซื้อทิ้งไว้หลายวันกว่าจะได้ลงมือทำ


- ทำเสร็จสรรพไม่ค่อยมั่นใจ เกรงว่าเนื้อสตอเบอรี่จะสุกงอมเกิน เกรงจะไม่อร่อยเท่าที่ควร
บอกน้องสาวว่าเดี๋ยวฉันจะทำให้ใหม่ อันนี้เอาไว้กินที่บ้านเถอะ ฉันไม่กล้าเอาไปออกงาน 
น้องสาวเห็นเราไม่มั่นใจอาสาจะเป็นผู้ชิมให้ ชิมแล้วเธอฟันธงว่ามันก็โอเค ค่อยโล่งอก
คุณน้องสาวไปเรียกคุณพี่สาวให้มาชิมด้วย เพื่อความมั่นใจแบบร้อยเปอร์เซนต์ไปเลย
หนูทดลอง คุณพี่สาวคอมเมนท์ว่าเนื้อสตอฯ งอมไปนิดแต่ก็โอเคแล้ว ไม่มีปัญหา .. จัดไป



- ตอนแรกว่าจะไปตัดที่งานเลี้ยง นึกได้ว่ามันเป็นชีสเค้ก ยุ่งยากเรื่องการเก็บ ต้องแช่เย็นตลอด
จัดการตัดไปจากที่บ้าน แรพด้วยพลาสติกเบ็ดเสร็จ จับเรียงใส่กล่องแบบนี้สะดวกกว่าเยอะ



อากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้ ได้ชีสเค้กเย็น ๆ สักชิ้น .. ชื่นใจจริง ๆ

StrawBerry Swirl