แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สูตรอาหารอร่อย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สูตรอาหารอร่อย แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2558

อาหารมังสวิรัติ:มาม่าเจ



  อาหารมังสวิรัติ:มาม่าเจ ปีนี้กินเจรอบ 2 ไม่ค่อยฮิต คนกินเจอาจจะหาของกินยากไปสักหน่อย วันนี้เราเลยนำเมนูมาม่าผัดขี้เมาเจมาฝาก ทั้งง่ายทั้งอร่อย ไม่ต้องง้อใคร!

มาม่าเจ
          ถึงแม้กินเจปีนี้จะเป็นโอกาสพิเศษที่มีการกินเจถึง 2 ครั้ง แต่ก็ใช่ว่าการจะกินเจในรอบที่ 2 จะคึกคักเหมือนรอบแรก เลยทำให้คนที่กำลังกินในตอนนี้อยู่อาจจะหาอาหารเจกินยากไปสักหน่อย วันนี้กระปุกดอทคอมก็เลยนำสูตรอาหารเจอร่อย ๆ อย่างมาม่าผัดขี้เมาเจ เมนูเจทำง่าย ๆ อร่อย ครบรสมาฝาก ถึงไม่มีร้านอาหารเจขายแต่คุณก็สามารถทำอาหารเจง่าย ๆ อิ่มท้อง อิ่มบุญได้เองโดยไม่ต้องง้อใครเลยล่ะ
ส่วนผสม
            
           บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 2 ห่อ

           เต้าหู้แข็ง (หั่นเป็นชิ้นเล็ก) 1/2 ก้อน

           เห็ดหอม (แช่น้ำสับละเอียด) 3 ดอก

           พริกขี้หนูสวน (ทุบพอแตก) 1 ช้อนโต๊ะ

           กะหล่ำปลี (หั่นเป็นชิ้น) 1 ถ้วย

           ข้าวโพดอ่อน (หั่นเป็นชิ้น) 4 ดอก

           เห็ดหูหนูดำ (หั่นเป็นเส้น) 3 ช้อนโต๊ะ

           พริกชี้ฟ้า (หั่นเป็นเส้น) 1 เม็ด

           พริกไทยอ่อน 5 ช่อ

           ซอสแม๊กกี้ 4 ช้อนโต๊ะ

           ใบกะเพรา 1 ถ้วยตวง

           น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

           น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

                         วิธีทำ

           ลวกเส้นมาม่าจนสุกพอคลายตัว ตักขึ้นสะเด็ดน้ำแล้วใส่น้ำมันพืชลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ เคล้าให้เข้ากัน เตรียมไว้
มาม่าผัดขี้เมาเจ เมนูเจง่าย ๆ กลิ่นหอมชวนหิว

มาม่าผัดขี้เมาเจ เมนูเจง่าย ๆ กลิ่นหอมชวนหิว
           ใส่น้ำมันลงในกระทะ ใช้ไฟกลางค่อนข้างแรง ใส่เต้าหู้ลงทอด ตามด้วยเห็ดหอม ทอดพอเหลือง ตักใส่จาน เตรียมไว้
มาม่าผัดขี้เมาเจ เมนูเจง่าย ๆ กลิ่นหอมชวนหิว
           เทน้ำมันจากการทอดเต้าหู้ออกให้เหลือแค่พอขลุกขลิกแล้วลดไฟลง ใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อน แล้วใส่พริกขี้หนูลงไปผัด จากนั้นใส่กะหล่ำปลี ข้าวโพดอ่อน และเห็ดหูหนูดำลงไปผัด
มาม่าผัดขี้เมาเจ เมนูเจง่าย ๆ กลิ่นหอมชวนหิว
           ปรุงรสด้วยซอสแม๊กกี้ 2 ช้อนโต๊ะ ผัดจนเริ่มมีกลิ่นหอม ใส่เส้นมาม่าลงไปผัด ใส่ซอสแม๊กกี้ที่เหลือ ตามด้วยน้ำตาลทรายผัดให้เข้ากัน
มาม่าผัดขี้เมาเจ เมนูเจง่าย ๆ กลิ่นหอมชวนหิว
           สุดท้ายใส่พริกไทยสด พริกชี้ฟ้าแดง และใบกะเพรา จากนั้นเปิดไฟแรงขึ้น แล้วรีบผัดจนเข้ากัน ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

          ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวกับมาม่าผัดขี้เมาเจสูตรนี้ น่ากินใช่ย่อย แถมยังทำง่ายอีก ใครที่ไม่ได้กินเจก็ลองนำสูตรไปทำดูก็ได้นะคะ



วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

สูตรทำเต้าหู้เหม็น อาหารสุดโปรดของชาวไต้หวัน




เต้าหู้เหม็น
แม้ชื่อของอาหารยอดฮิตชนิดนี้อาจจะฟังดูไม่น่ากินสักเท่าไหร่   แต่หากคุณได้ซื้อมาลองสักชุดแล้วจะติดใจ    เต้าหู้เหม็นของที่นี่ไม่เหม็นเหมือนที่เมืองจีนคับ  คนไต้หวันมีคำกล่าวไว้ว่า  "มาถึงไต้หวันแล้วไม่ได้กินเต้าหู้เหม็น   ก็เปรียบว่ามาไม่ถึงไต้หวัน
ก่อนเราจะมาดูวิธีทำ และ ปรุง เต้าหู้เหม็น เรามาดทำความรู้จักกับประวัติการกำเนิดของมันกันเถอะ
ประวัติการกำเนิดของ เต้าหู้เหม็น:
รัชสมัยสมเด็จพระจักรพรรดิคังซี  (ค.ศ. 1661-1772) มีบัณฑิตชื่อ หวังจื้อเหอ เข้ามาสอบจอหงวนที่ปักกิ่ง แต่สอบไม่ได้ จึงได้หาเลี้ยงชีพด้วยการทำเต้าหู้ขาย จนกระทั่งเมื่อถึงวันหนึ่งในฤดูร้อนปีหนึ่ง เต้าหู้เกิดขายไม่หมดขึ้นมา ด้วยความเสียดาย เขาจึงหั่นเต้าหู้เป็นชิ้นเล็กๆ โรยเกลือและชวงเจีย(พริกหอม) แล้วจึงเก็บไว้ในไห เมื่อเวลาผ่านไปนาน หวังจื้อเหอนึกถึงเต้าหู้ที่เก็บไว้ในไหขึ้นได้ จึงลองนำออกมาดู พบว่าเต้าหู้มีกลิ่นเหม็นมากและเปลี่ยนเป็นสีเทาเขียว แต่พอลองชิมดูก็พบว่ามีรสชาติดี จึงได้ลองนำไปขายที่ตลาด ปรากฎว่าเป็นที่ชื่นชอบของทุกคน
ครั้งหนึ่งซูสีไทเฮา (ช่วงเป็นไทเฮา ค.ศ. 1861-1881) มีพระอาการเบื่อพระกระยาหาร บรรดาข้าราชบริพารก็พยายามทำทุกทางให้พระองค์เสวย จนได้มีผู้หนึ่งนำ เต้าหู้เหม็น มาจัดเรียงในภาชนะสวยงามและนำมาถวายแด่ซูสีไทเฮา พระองค์ได้ลองชิมและรับสั่งว่ามีรสชาติดีมาก ตั้งแต่นั้นมาเต้าหู้เหม็นจึงถูกบรรจุเป็นเครื่องเสวยของราชสำนักจีน ในตอนนั้นได้เปลี่ยนชื่อเป็น ชิงฟัง แปลว่า จัตุรัสเขียว แต่ชื่อนี้ก็ไม่เป็นที่นิยมเท่าชื่อ เต้าหู้เหม็น เดิม
วิธีทำ เต้าหู้เหม็น:
  1. เต้าหู้นิ่ม 2 ก้อน นำมาล้างด้วยน้ำสะอาด ไม่ควรใช้น้ำประปาล้างเพราะอาจทำให้ปนเปื้อนจุลินซีที่ไม่เป็นประโยชน์ ถ้าใช้น้ำประปาควรต้มให้เดือดแล้วปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นก่อน
  2. หั่นออกเป็นสี่เหลี่ยมเล็ก
  3. ใส่ในภาชนะแล้วคลุมให้มิดด้วยผ้าสะอาด ไม่ควรใช้ภาชนะที่ปิดสนิท
  4. วางไว้ในที่ที่แสงแดดส่องถึง
  5. ทิ้งไว้ 4 – 5 วัน เมื่อเปิดดู จะเห็นเชื้อราเขียวๆเหลืองขึ้นเป็นเส้นๆเต็มไปหมด อากาศยิ่งร้อนจะยิ่งมีมาก บางคนที่ต้องการให้มีราขึ้นมากๆ ก็ทิ้งไว้นานหน่อย
  6. เอาเต้าหู้ที่ขึ้นราเหล่านั้น ใส่ขวดโหล หรือไหใบเล็ก โรยด้วยเกลือให้ทั่ว จะใส่ชวงเจีย (พริกหอม)ด้วยก็ได้ ชวงเจียนี้หาซื้อง่ายตามร้านขายยาจีนแผนโบราณ หรือซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป ปิดฝาให้สนิท ทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือนก็นำมาปรุงอาหารได้ ยิ่งทิ้งไว้นานยิ่งดี
เต้าหู้เหม็น (CR: haaretz)
เต้าหู้เหม็นสามารถนำมาปรุงอาหารได้หลายแบบ ที่นิยมกันมาก คือ นำมาทอด เรามาดูวิธีปรุงเต้าหู้เหม็นทอดกันเลย
วิธีทำ เต้าหู้เหม็นทอด:
ของที่เตรียมมีดังนี้:
  1. เต้าหู้เหม็น 3 ชิ้น (สี่เหลี่ยมเล็ก)
  2. เหล้าขาว 3 ช้อนโต๊ะ อาจมากกว่านั้นได้นิดหน่อย
  3. น้ำเปล่า 1 ถ้วย
  4. เต้าหู้ชนิดแข็ง จำนานชิ้นแล้วแต่ต้องการ
  5. ต้นหอมซอย ผักชี แป้งทอดกรอบสำหรับใช้ชุบทอด
วิธีทำ:
  1. ละลายเต้าหู้เหม็นในน้ำ และ เหล้าขาว (ตอนนี้ท่านอาจจะต้องหาอะไรมาอุดจมูกก็ได้นะ เพราะเหม็นสุดยอด)
  2. นำเต้าหู้แข็งลงไปแช่ในน้ำละลายเต้าหู้เหม็นในข้อหนึ่งจนท่วม แช่ทิ้งไว้ย่างนั้นอย่างน้อย 1 วัน หรือมากกว่านั้นก็ได้ จะทำให้มีรสชาติดียิ่งขึ้น
  3. หลังจาก 1 วันแล้ว นำเต้าหู้แข็งที่แช่ขึ้นมา ชุบในแป้งทอดกรอบจนเหลืองกรอบ โรยด้วยผักชีต้นหอมซอยละเอียด
เต้าหู้เหม็นทอด (CR: wikipedia)
รับรองว่าทาน เต้าหู้เหม็น แล้วจะติดใจ  ที่ว่าเหม็นๆ น่ะลืมไปเลย
เชื้อราในเต้าหู้หรือเต้าเจี้ยวมีประโยชน์ต่อร่างกาย อุดมด้วยโปรตีน  อุดมด้วยโปรตีน  โพแทสเซียม ช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูก มีธาตุเหล็กช่วยบำรุงโลหิต และมีวิตามินเอ บี1 บี2 ดี อี เค และไนอะซีน
บ้านเราก็มีของเหม็นแต่อร่อยมากเหมือนกัน เช่น ปลาร้า และกะปิ

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

สูตรการทำซูชิแสนอร่อย



วิธีทำซูชิแบบง่ายๆ มาดูกัน!!

สิ่งที่สำคัญในการทำซูชิคือ ข้าว นั่นเอง

เรามาเรียนเรียนซูชิ ทำข้าว ซูชิ กันก่อนเลย

ซูชิ

            1. ข้าวสารญี่ปุ่น 200 กรัม 1 ถ้วย
            2. น้ำเปล่า 300 มล.
            3. น้ำส้มสายชูข้าวญี่ปุ่น 120 มล.
            4. น้ำตาล 1/2 ช้อนโต๊ะ
            5. เกลือ 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

1. ซาวข้าวสาร แล้วแช่ไว้ในน้ำเปล่า 15 นาที เทน้ำออก จากนั้นให้พักข้าว
    สะเด็ดน้ำอีก 15 นาที
2. นำข้าวสารใส่หม้อ เติมน้ำเปล่าลงไป ปิดฝา ใช้ไฟปานกลาง ต้มตามปกติ
3. ลดความร้อนลงที่ระดับไฟอ่อนมาก ต้มต่อไปอีก 15 นาที ดับไฟและพักไว้
    และปิดฝาให้แน่นอีกประมาณ 15 นาที
4. ระหว่างนั้นให้ผสมน้ำส้มสายชูไว้ โดยคนน้ำส้มสายชู น้ำตาล และ
    เกลือเข้าด้วยกันด้วยไฟอ่อนๆ จนกระทั่งน้ำตาลละลาย
5. น้ำข้าวที่สุกตักไว้ในอ่างไม้ ราดด้วยน้ำส้มสายชูที่ผสมแล้ว อาจจะไม่ต้องใส่จนหมด ชิมไปปรุงไป ใช้ไม้พาย
    คนข้าว พลิกไปพลิกมาให้ส่วนผสมเข้ากัน อย่าใช้แรงมาก ขั้นตอนนี้สามารถทำหน้าพัดลมได้ 
    หรือให้คนช่วยพัก เพื่อให้ข้าวเย็นเร็วขึ้น จากนั้นหยุดคนได้

ข้อควรระวัง

 การผสมข้าวซูชิ ต้องใช้น้ำข้าวซูชิร้อนๆ ผสมกับน้ำส้มสายชูเย็นๆ เท่านั้น เพื่อไม่ให้ข้าวแฉะเกินไป เมื่อได้ข้าวซูชิมาแล้ว จะทำซูชิประเภทไหนก็ได้ เราจะขอแนะนำวิธีทำ คานิ ซูชิ และ มากิ ซูชิ เป็นตัวอย่างนะคะ

คานิ

คานิซูชิ

เครื่องปรุง

    1. ปูอัด 7 ชิ้น 
    2. วาซาบิ 2 ช้อนโต๊ะ 
    3. ซีอิ้วถั่วเหลืองญี่ปุ่น 3 ช้อนโต๊ะ 
    4. ขิงดอง 2 ช้อนโต๊ะ 
    5. ข้าวซูชิ 1 ถ้วยตวง 
    6. สาหร่ายทะเลญี่ปุ่นใหญ่ 1 แผ่น 


วิธีทำ

    1. ปั้นข้าวซูชิให้เป็นก้อนยาวรี 
    2. หั่นผูอัดเป็นชิ้นพอดีคำแล้ว นำมาป้ายวาซาบิเล็กน้อย
    3. นำปูอัดมาปั้นประกบกับข้าวซูชิ 
    4. ตัดสาหร่ายทะเลให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำมาพันข้าวปูอัดให้รอบ ตกแต่งจานให้สวยงามพร้อมเสริฟ

มากิ

มากิซูชิ 

เป็นซูชิที่มีข้าวและไส้ต่างๆอยู่ในสาหร่ายทะเล ซึ่งแน่นอนว่า 
อุปการ์สำคัญคือ แผ่นไม้สำหรับทำซูชิ นั่นเอง เตรียมเรียบร้อยแล้วก็ไปเตรียมเครื่องปรุงกันค่ะ


เครื่องปรุง

    1. ข้าวซูชิ 
    2. สาหร่ายทะเลแผ่นใหญ่ 
    3. แตงกวาหรือส่วนผสมอื่นๆที่ต้องการนำมาทำเป็นไส้



วิธีทำ
    1. วางสาหร่ายแผ่นใหญ่ลงบนแผ่นไม้ไผ่ 
    2. วางข้าวซูชิลงบนแผ่นสาหร่าย ค่อยๆไล่ให้กระจายออกจากซ้ายไปขวา 
       ให้เหลือพื้นที่ส่วนบนและล่างของสาหร่ายประมาณ 1 นิ้ว
    3. วางส่วนผสมเช่น แตงกวา ไข่ เพื่อจะทำเป็นไส้ลงบนข้าว หรือจะใส่วาซาบิลงไปด้วยก็ได้ 
    4. ค่อยๆยกมากิซูชิ และม้วนไปตามแผ่นไม้ไผ่ โดยใช้นิ้วชี้ จับแผ่นไม้ไผ่ให้แน่น เพื่อป้องกันไม่ให้ข้าวหก 
    5. บิดไม้ไผ่อีกครั้ง ก่อนจะเอาออกจากซูชิ 
    6. ตัดซูชิให้ได้ขนาดพอดีคำ และควรเช็ดมีดด้วยผ้าเปียกก่อน เพื่อให้ตัดได้ง่ายขึ้น






วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

โจ๊กปลาเก๋า




โจ๊กปลาเก๋า เมนูอาหารเช้าวิตามินบี 1 สูงชามนี้ ให้กลิ่นอายและโปรตีนจากปลาทะเลที่ย่อยง่ายและได้ประโยชน์จากโอเมกา-3 ซึ่งมีกรดไขมันจำป็น มีดีเอชเอ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์สมอง เด็กๆควรรับประทานปลาทะเลเป็นประจำ เพื่อการเรียนรู้และเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ ถ้าพร้อมแล้ว�� เรามาทำโจ๊กมากคุณค่าแต่เตรียมได้ง่ายๆ ไม่เปลืองเวลาชามนี้พร้อมๆ กันเลย

โจีกปลาเก๋า

โจีกปลาเก๋า2

โจีกปลาเก๋า3

ส่วนประกอบ

  • คนอร์คัพโจ๊กกุ้ง 2 ซอง
  • เนื้อปลาเก๋าหั่นชิ้นพอคำ 80 กรัม
  • น้ำร้อน (500 มิลลิลิตร) 2 ถ้วยตวง
  • ต้นหอมซอย ขิงซอย และปลาท่องโก๋สำหรับโรยหน้าตามชอบ

วิธีทำ

  • นำน้ำใส่หม้อตั้งไฟพอน้ำเดือดจัด ใส่ปลาลงต้มจนสุก ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ ตักใส่ถ้วยพักไว้
  • เทคนอร์คัพโจ๊กใส่ชาม ใส่น้ำร้อนคนให้เข้ากันแล้วปิดฝาทิ้งไว้ 2 นาที
  • จัดเสิร์ฟโดยแบ่งโจ๊กออกเป็น 2 ชาม ใส่ปลาที่เตรียมไว้ โรยหน้าด้วยต้นหอมซอย ขิงซอย และปลาท่องโก๋พร้อมเสิร์ฟ